วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

"The intern" review by leader


The Intern ภาพยนต์ที่สอดแทรกแง่คิดสะกิดใจชั้นเลิศ

     หลังจากดูภาพยนต์เรื่องนี้ในโรงภาพยนต์ ในรอบท้ายๆที่หนังกำลังจะลาโรงไปแล้วนั้น ปรากฏว่าคนยังเข้าไปดูเต็มโรงอยู่เลย แสดงว่าเสียงตอบรับดีมาก เหมาะกับคนวัยทำงานที่กำลังหาแรงบันดาลใจในการทำงาน ขอบอกตรงๆว่าหลังจากดูเสร็จประทับใจมากครับ ตัวหนังสามารถสอนเราได้หลากหลายแนวทางเลยที่เดียวทั้งในแง่ของความแตกต่างของวัยหรือที่ชอบเรียกกันว่า Gen,Gen X,Gen Y,Gen M,Baby Boomer คาดว่าน่าจะเป็นประเด็นหลักของหนังเรื่องนี้ซึ่งนำเสนอได้ดีมากครับ แต่วันนี้ผมจะขอนำเสนอในอีกรูปแบบหนึ่งนั้นคือ มุมมองของผู้นำ ผมขออนุญาตินำเสนอความเป็นผู้นำของทั้งสองรุ่นที่สามารถมองเห็นและติดตามได้

     ผู้นำมีความพร้อม ในมุมมองนี้ของนักแสดง Robert De Niro รับบท Ben Whittaker เมื่อได้รับเลือกเข้าโครงการ ผู้โอวุโสฝึกงาน เบ็น ก็เตรียมตัวเป็นอย่างดีทั้งการแต่งกาย การปรับเวลาชีวิตประจำวัน การเตรียมพร้อมก่อนนอน รวมถึงการพกผ้าเช็ดหน้า 1 ผืนเพื่อเป็นความพร้อมเวลาสุภาพสตรีเสียน้ำตา ก็เป็นความรู้ใหม่จริงๆว่า ผู้ชายพกผ้าเช็ดหน้าไว้ สำหรับซับน้ำตาสุภาพสตรี การเตรียมความพร้อมในการทำงานถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของนิสัยผู้นำโดยแท้จริง นั้นหมายความว่าผู้ควรที่จะมีความพร้อมในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน ตอนไหน สถานที่ใด ก็ตามแม้กระทั้งสามารถขับรถได้โดยรู้เส้นทางที่จะไปก่อนที่จะรู้ว่าต้องไป นั้นละผู้นำที่มีความพร้อม


     ผู้นำสังเกตุถึงรายละเอียด รายละเอียดคือการแยกสิ่งที่ไม่ธรรมดาออกจากสิ่งที่ธรรมดา ผู้นำชั้นเลิศมองแค่หางตาก็รู้ถึงรายละเอียด เชื่อมโยงได้อย่างมีเหตุและผล ช็อตที่ เบ็น มองลงไปยัง ไมค์ คนขับรถของจูล และพฤติกรรมไม่พึงประสงค์นั้น ชอบมาก ชอบมากที่สุด หากเป็นพนักงานทั่วไปก็คงมองผ่านและคิดว่า ไมค์เป็นคนขี้เมาธรรมดา แต่กับผู้นำที่มีความเป็นมองอาชีพไม่สามารถที่จะมองผ่านๆได้ แต่สามารถสังเกตุเห็นและเข้าแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที่ แต่จากตัวหนังผมมองว่ามุมมองนี้ค่อนข้างที่จะโหดร้ายสักนิด ผู้อาวุโสฝึกงานอายุ 70 ยังต้องไปขับรถอีก งงกับหนังนิดหน่อยแต่ ถ้ามองในมุมผู้นำถือว่ายอดที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รวมถึงปัญหาอื่นๆ เช่นโต๊ะไม่เป็นระเบียบ ผู้นำไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งแต่สามารถปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องได้โดยไม่สร้างความเดือนร้อนให้กับใคร และการกระทำที่ออกมาโดยความสุจริตย่อมได้รับการยกย่อง


     ผู้นำมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี จากการสังเกตุสู่การปฎิบัติผู้คนส่วนมากมักมองหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่ผู้นำมักมองหาผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งในส่วนของการปฏิบัติและการให้คำปรึกษา เบ็น มักเสนอตัวให้ความช่วยเหลือเสมอ ทั้งเพื่อนรวมงานที่ไร้ที่อยู่ การจัดโต๊ะที่ไร้ระเบียบ การขับรถให้เจ้านาย การให้คำปรึกษาที่ดีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง การพาเด็กน้อยไปงานปาร์ตี้ การไปประชุมต่างสถานที่กับเจ้านาย เบ็น แสดงความเป็นมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีมาก โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ และไม่โอ้อวดการกระทำของตนกับผู้ใด หายากมากครับ เรียกได้ว่าเป็นการใส่ใจเข้าใจในบุคคล รอบข้างอย่างแท้จริงและโดยจริงใจ โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวของ จูล ที่ประสบปัญหาการนอกใจ ผมบอกเลยอึดอัดมากครับ ช็อตที่เห็น แม็ตอยู่กับผู้หญิงอื่นและ เบ็น เดินเข้าไปหาแม็ตในครัว ลุ้นตั้งนานว่าจะพูดอะไร คิดตามตลอดว่าจะพูดอะไรที่เหมาะสมออกไป แต่เบ็นสามารถพูดในสิ่งที่เกิดขึ้นทางอ้อมและสิ่งที่ควรเป็นเพื่อให้ แม็ต คิดได้ อย่างมืออาชีพจริงๆ หรือแม้กระทั้งช็อตที่ จูล บอกว่ารู้อยู่แล้วว่า แม็ต นอกใจ คุณลองคิดดูสิครับว่าคุณจะให้คำปรึกษาอย่างไร มืออาชีพไม่แสดงความคิดเห็นที่ทำให้เกิดความบิดเบือนของการตัดสินใจ แต่นำเสนอสิ่งที่ผู้ขอคำปรึกษาต้องคิดให้ออก และต้องคิดเอง โดยผู้ให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพเป็นผู้คอยสนับสนุนและอยู่เคียงข้างเสมอแม้กระทั้งการเลือกที่ฝังศพของตนเอง น่ารักมากครับ


     ผู้นำรักษาความลับในแบบของมืออาชีพ หากท่านมีลูกน้องหรือหัวหน้าที่ไม่สามารถรักษาความลับได้ท่านจะรู้สึกอย่างไรกับคนผู้นั้น เบ็น ผู้อาวุโสฝึกงาน รับรู้ถึงข้อมูลข่าวสารที่สำคัญขององค์กร ของเพื่อนร่วมงาน ของชีวิตส่วนตัวของเจ้านายหาก เบ็น เป็นพนักงานทั่วไปที่ไร้ความเป็นผู้นำ ทั้งเรื่องที่ต้องหา CEO เรื่องชีวิตส่วนตัว ความผิดของผู้อื่น ก็คงเป็นเรื่องที่เม้ากัน สนุกปากและสร้างความถดถอยให้กับองค์กรเป็นแน่ แต่เบ็น กลับสามารถรักษาความลับและความสัมพันธ์ร่วมถึงความเมตตาได้อย่างเหนือชั้น ทั้งเรื่อง ไมค์ แอบดื่มเหล้า ผมเข้าใจว่าหากพนักงานขับรถดื่นเหล้าขณะขับรถ โทษในประเทศอเมริกาคงรุ่นแรงมิใช้น้อย แต่เบ็นกลับเลือกที่จะให้โอกาส ไมค์ เพื่อกลับตัว หรือเรื่องความไม่สบายใจของจูล กับการตัดสินใจหา CEO ตามคำแนะนำของผู้ลงทุน ผู้ก่อตั้งองค์กรมักไม่ชอบ CEO ที่เข้ามาใหม่ เพราะกลัวถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาด และส่งผลกระทบกับสภาวะจิตใจของพนักงาน แต่มืออาชีพที่รับรู้ถึงการพูดคุยของผู้บริหารกลับสามารถเก็บงำความลับไว้ได้เป็นอย่างดี คนส่วนใหญ่ชอบพูดเรื่องที่เป็นความลับหรือเรื่องของผู้อื่นให้อีกคนฟังเพราะทำให้ตนรู้สึกว่าตนเองนั้นสามารถแสดงความเหนือกว่าคู่สนทนาได้ แต่กับมืออาชีพสิ่งที่รู้ไม่ควรเปิดเผยในจังหวะที่ไม่เหมาะสม ผมมีความเห็นว่าความลับเปิดเผยได้ในจังหวะและเวลาที่เหมาะสม เช่น ตอนที่จูลบอกว่ารู้ว่า แมตท์ นอกใจ เบ็น ก็แสดงออกว่าตนรู้เรื่องอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยออกมาก่อนหน้านั้น เพราะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะและเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก เรื่องบางเรื่องก็ลำบากในการตัดสินใจเรียกได้ว่า ไม่มีถูกไม่มีผิด มีแต่เวิร์คหรือไม่



     ผู้นำทำงานอย่างมืออาชีพ แสดงออกถึงความรับผิดชอบ งานที่ตนเองถนัดสามารถแสดงออกมาได้อย่างโดดเด่น เช่นตอนที่ เบ็น นำผลการวิเคราะห์การตลาด เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี เรียนรู้ในสิ่งใหม่ ในผู้คนวัย Baby Boomer นั้นการใช้เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร คนส่วนใหญ่เลือกที่จะหลีกเลี่ยง แต่กับมืออาชีพเลือกที่จะหันหน้าเข้าหาสิ่งที่แปลกใหม่และเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่นตอนเปิด APPLE ครั้งแรก ตอนเริ่มเล่น FACEBOOK ทำงานอย่างมืออาชีพนั้นหมายถึงสามารถที่จะรับมือกับการเปลี่ยนและอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี ผมชอบสุดตอนที่แนะนำตนเอง 1 นาที ที่เบ็น บอกว่า ตนทำงานมาตลอดชีวิตกับสิ่งที่ตอนนี้ไม่มีค่าแล้ว คนส่วนมากมักเสียใจ โทษผู้อื่น แต่มืออาชีพเลือกที่จะเรียนรู้ ถึงขึ้นสมัครเป็น ผู้อาวุโสฝึกงาน รวมถึงช็อตที่ เบ็น พูดกับเพื่อนร่วมงานว่า จะกลับก่อนเจ้านายได้อย่างไร ในชีวิตคนเรานั้นมักขึ้นอยู่กับ สิ่งที่เร่งด่วนและสำคัญ ไม่เร่งด่วนและสำคัญ เร่งด่วนและไม่สำคัญ สุดท้ายไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ เบ็น เลือกที่จะอยู่ในตาราง ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ นั้นคือการที่จะอยู่ที่ทำงานต่อ แต่ไม่ได้นั่งอยู่เฉยเพื่อรอเจ้านายกลับ แต่เลือกที่จะรอโดยเรียนรู้เรื่องใหม่ๆไปด้วย อย่างการเล่น FACEBOOK เพื่อฝึกการใช้งานให้เกิดความชำนานนั้นเอง


     พูดถึงแต่ เบ็น เดี่ยว จูลจะเสียใจ ผู้นำรู้จักขอโทษ แน่นอนครับไม่มีใครไม่เคยทำผิด แต่ทำผิดแล้วจะทำอย่างไรต่อ ผู้นำมืออาชีพ เมื่อทำผิดก็ขอโทษและเรียนรู้ที่จะแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำซ้อน แต่คนทั่วไปเมื่อเกิดความผิดพลาดมักชอบโทษผู้อื่น โทษสถานการณ์ โทษดินฟ้าอากาศ ชอบที่จะหาคนทำผิดมาลงโทษ แต่ไม่ชอบที่จะหาทางแก้ไข จูล ได้แสดงบทบาทการเป็นผู้นำที่น่ายกย่องมากคือ เมื่อรู้ตัวว่าทำผิดก็รีบไปหาเบ็น เพื่อขอโทษและหาทางออกร่วมกันได้เป็นอย่างดี
     ผู้นำมีความรัก จูล ทดลองสั่งของกับบริษัทของตนเองให้มาส่งที่บ้านเหมือนลูกค้าทั่วไป เพื่อดูว่าสินค้าที่ได้รับจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร เมื่อไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ก็พุ่งตรงเข้าไปแก้ปัญหา แสดงให้ดูเป็นตัวอย่างแก่พนักงาน แสดงให้เห็นถึงความรักในสิ่งที่ตนเองทำ พนักงานส่วนมากมักทำงานเพื่อหวังค่าตอบแทนไม่เห็นถึงคุณค่าของงานที่ตนเองทำ ทำให้คุณภาพของงานตกต่ำขาดความใส่ใจ ขาดแรงบันดาลใจ เกิดความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้นำมองรายละเอียดด้วยความรักและทุ่มเท่การกระทำอย่างสุดความสามารถด้วยความรัก หรือแม้กระทั้งฉากแรกที่ จูล รับคำตำนิจากลูกค้าและหาวิธีการแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ลองจินตนาการง่ายนะครับ หากพนักงานที่ทำงานเพียงเพื่อหวังค่าตอบแทนไม่ได้ทำงานด้วยความรัก หากได้รับคำตำนิจากลูกค้าก็มักจะโทษผู้อื่นกระบวนการอื่นที่ตนไม่ได้รับผิดชอบและเริ่มค้นหาผู้รับผิดชอบเพื่อมาแก้ไขปัญหา แต่หากพนักงานผู้นั้นมีความรักในงาน ก็จะทุ่มเทแรงกายแรงใจในการแก้ไขปัญหานั้นอย่างสุดความสามารถเป็นแน่ ฉะนั้นแล้วจะสังเกตุเห็นได้ว่า ทั้ง เบ็น และ จูล มีความรักในสิ่งที่ตนเองทำ และความรักนั้นขยายตัวไปยังผู้คนรอบข้าง 


     โดยสรุป ผู้นำมีความพร้อมในทุกสถานการณ์ ผ่านการสังเกตุด้วยสายตาที่แหลมคม สามารถรักษาความลับและความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลรอบข้าง เมื่อทำผิดรู้จักขอโทษและแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน และสุดท้ายผู้นำทำงานอย่างมืออาชีพด้วยความรักในงานที่ตนทำ


เขียนผิดหรือเขียนอ่านไม่เข้าใจขอโทษมา ณ ที่นี้ครับ และขอน้อมรับทุกคำแนะนำครับ