วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

Dealing with Diminisher

     Diminisher เป็นคำที่ถูกกล่าวถึงจากหนังสือ "Multipliers" ของลิซ ไวแมน บอกตามตรงครับค่อนข้างอ่านยากพอสมควร เป็นหนังสือเพื่อพัฒนาสภาวะผู้นำ เพื่อให้เป็นผู้นำทวีปัญญา สามารถสร้างทีมงานที่มีต้นทุนเท่าเดิมแต่ผลผลิตและความพึงพอใจของทีมงานมากขึ้นเป็นทวี แต่บทความวันนี้ ท่านที่อ่านอาจจะงงๆ บ้างเพราะวันนี้ผมขอนำเสนอ วิธีรับมือกับ Diminisher ถ้าตามหนังสือกล่าว คำนี้จะหมายถึง ผู้นำที่สามารถทำลายประสิทธิภาพของทีมงาน ของผู้อื่น และขององค์กร คือน่ากลัวมากๆ และความเป็นจริงเราอาจจะเจอกับ Diminisher ในองค์กรของเรามากมายหรืออาจจะไม่เห็นเลย แต่ถ้าเราพบเจอกับ Diminisher เราจะสามารถรับมือได้อย่างไร เพื่อนผมบางท่านก็ลาออกหางานใหม่ บางคนก็หยุดที่จะคิดและได้แต่ทำตามคำสั่งไปวันๆ ถึงขั้นร้ายแรงก็ไม่สั่งไม่ทำ กลายเป็นตัวถ่วงขององค์กรและอาจถึงเลิกจ้างเลยก็ได้ วันนี้มีโอกาสดีครับ เลยอยากช่วยเหลือและให้คำปรึกษาถึงวิธีรับมือกับ Diminisher
     
     Diminisher คือใคร คำตอบไม่ตายตัวครับ แต่ให้ลองดูผู้นำของท่านดังนี้
1. ชอบเอาความดีเข้าตัวความผิดให้ผู้อื่น คือถ้าใครทำอะไรผิดนี่ร้ายแรงมาก ส่วนตัวเองทำผิดก็มักจะทำเป็นลืมหรือทำเหมือนว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้
2. ยุ่งทั้งวันไม่สามารถตอบได้ว่างานไหนที่สำคัญ อะไรทีีสำคัญและมีผลกระทบกับการทำงานหรือทำให้กระบวนการทำงานดีขึ้นมักจะมองไม่เห็น หรือเห็นแต่ไม่ยอมทำ ถึงขึ้นหนักหน่อย บางงานที่ไม่ได้มีความสำคัญแต่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ปัญหาจริงๆมักจะทำเป็นไม่มีปัญหา ส่วนไอ้ที่ไม่ใช่ปัญหามักจะทำให้เกิดเป็นปัญหาได้
3. ฉันเก่งคนเดียว คนอื่นโง่หมด ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ครับมีจริงๆ ผู้นำประเภทที่ทำทุกอย่าง เลียทุกคนเพื่อความก้าวหน้าของตนเอง ตนเองเก่งมากส่วนคนอื่นในทีมไม่มีชิ้นดีเลยครับ หนักหน่อยก็เริ่มนินทาว่าร้ายคนที่ตนไม่ชอบหาความผิดพลาดของผู้อื่น ไม่ยอมทำงานที่ตนต้องทำให้สำเร็จและสุดท้ายงานไม่สำเร็จก็เป็นความผิดของลูกทีม
4. ไม่รู้ตัว ไม่รู้ตัวว่าตนมีหน้าที่อะไรในการทำให้ทีมงานประสบความสำเร็จ มักจะมีพื้นที่ปลอดภัยและสามารถทำงานได้แต่ที่ตนเองมั่นใจว่าสามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ชอบความท้าทาย ไม่ชอบวางแผนการล่วงหน้า ชอบที่จะทำงานแบบแก้ปัญหาวันต่อวันเพราะทำให้ตนเองดูเก่งมากในสายตาของผู้บริหาร
     ครับอันนี้เป็นตัวอย่างเบื้องต้นเพื่อค้นหา Diminisher แต่ความจริงแล้วอาจจะมีความละเอียดเนื้อหามากกว่านี้สามารถลองศึกษาต่อได้ในหนังสือครับ 

     และวิธีการรับมือกับ Diminisher ที่ทำผู้ที่ร่วมงานด้วยเกิดอาการท้อแท้ เบื่องาน และหมดประสิทธิภาพ จะมีวิธีการรับมืออย่างไร ผมขอนำเสนอวิธีการที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ที่ได้อ่านจากหนังสือเรื่อง The Carpenter โดย Jon Gordon เข้าใจว่าเป็นหนังสือที่ทันสมัยอยู่ในขณะนี้ กับสามวิธีที่ได้ผลมากนัก และผมยังได้ลองนำไปใช้งานจริงแล้วด้วย

1. รัก จงรักในความทุกข์ยากตกระกำ เพราะว่ามันจะทำให้คุณซาบซึ้งในความสำเร็จ จงรักในความท้าทาย เพราะมันทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น จงรักในการแข่งขัน เพราะมันจะทำให้คุณพัฒนาตัวเอง จงรักในคนที่คิดลบ เพราะเขาจะทำให้คุณคิดบวก จงรักในคนที่ทำให้คุณเจ็บปวด เพราะเขาสอนให้คุณรู้จักการให้อภัย จงรักในความหวาดกลัว เพราะมันทำจะทำให้คุณเป็นคนกล้าหาญ สรุปรักครับ ยิ่งเกลียดหรือโกรธใครให้คุณยิ่งรักให้มากกว่าที่เราเกลียดหรือโกรธ ผมเคยลองทฤษฎีนี้มาแล้วครับได้ผมมาก เจ้านายคนก่อนไม่ชอบผมเลย กดดันผมทุกวิธี แต่สิ่งที่ผมตอบแทนคือความรักครับ ถ้าเราตอบแทนคนนั้นด้วยสิ่งที่เขาให้เรามาเราก็ไม่ต่างจากเขา แต่ถ้าเราตอบแทนเขาด้วยสิ่งที่เป็นตัวตนของเรา เราจะยังคงเป็นเรานั้นเอง รักให้มากๆ รักทุกคนที่อยู่รอบข้างและที่สายตาคุณสามารถมองเห็น มือสามารถสัมผัส หูยังคงได้ฟัง รักครับ
2. ช่วยเหลือ คุณต้องสามารถเป็นที่ช่วยเหลือได้ และต้องค้นหาความช่วยเหลือก่อนที่ใครสักคนจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ให้คุณพุ่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือแม่แต่ Diminisher ที่เป็นผุ้นำของคุณให้ความช่วยเหลือครับ และคุณจะเป็นต้นแบบให้กับเขา เพื่อที่เขาจะได้สามารถหลุดออกมาจากการเป็น Diminisher คุณไม่ได้เกลียดผู้นำขอคุณหลอกครับ คุณแค่เกลียดสิ่งที่เขาทำกับคุณเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นแสวงหาและให้การช่วยเหลือก่อนที่ผู้คนจะร้องขอ
3. ห่วงใยและใส่ใจ ขั้นตอนสุดท้ายคือการห่วงใยและใส่ใจตอคนรอบข้าง ต่องานที่คุณทำ ตอนคนที่คุณคิดว่าเกลียดสิ่งที่เขาทำกับคุณ ไม่ว่าอย่างไรคุณต้องเป็นห่วงและใส่ใจกับคนที่คุณคิดว่าเขาทำเรื่องที่ไม่ดีหรือเรื่องที่ไม่สมควร และต้องเป็นการห่วงใยใสใจจากความรู้สึกที่แท้จริง อย่าเสแสร้งเพราะมันสามารถดูออกได้ง่ายมากและมันน่าขยะแขยงกับความที่ การกระทำไม่ตรงกับความคิด ฉะนั้นคิดบวกไว้ กับทุกคนร่วมถึง Diminisher ของคุณด้วย

     ระยะเวลาในการดำเนินการทั้งสามข้อเพื่อรับมือกับ Diminisher ของคุณอาจจะต้องใช้เวลาไม่ใช่แค่วันเดียวครั้งเดียว แต่มันต้องใช้เวลาอาจจะเป็นเดือนเป็นปี ถึงจะเห็นผลลัพธ์ แต่มันจะส่งเสริมให้คุณสามารถพัฒนาไปอีกขั้นของความเป็นมนุษย์ รัก ช่วยเหลือ ห่วงใยและใส่ใจ คิดถึงสามคำนี้ไว้ทุกลมหายใจที่เข้าออก ผมมั่นใจว่าท่านจะมีความสุขและได้มิตรภาพดีจาก เหล่า Diminisher ตัวร้ายก็เป็นได้ครับ ได้ผลอย่างไร สามารถเล่าสู่กันฟังได้ครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น